พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ คล้องหลวงพ่อช่วงวัดขรัวช่วย

พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ คล้องหลวงพ่อช่วง
ติดตามศูนย์รวม วัตถุมงคล พระเครื่อง ความเชื่อ ได้ที่
0

พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์

การที่แขวนพระเครื่องเพราะมีความเลื่อมใสศรัทธา และยังเป็นการช่วยเตือนสติตนเองให้ดำรงชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท ผมเชื่อว่าหากเราทำดีแล้วพุทธคุณย่อมคุ้มครองแม้เข้าตาจนก็ยังแคล้วคลาดปลอดภัยเอาตัวรอดได้” นี่คือความเชื่อส่วนตัวของ “พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์” ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี

พื้นเพเดิมเป็นชาวเมืองสิชล จ.นครศรีธรรม ราช จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง สอบเป็นนักเรียนอบรมนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 15 (นบ.รบ.รุ่น 15) เข้ารับราชการตำรวจครั้งแรกในตำแหน่ง รอง สว.สอบสวน สภ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อปี 2528

เป็นเวลากว่า 32 ปี ในชีวิตรับราชการตำรวจ ปรับเปลี่ยนโยกย้ายตำแหน่งในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จนถึงปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพล.ต.ต.นิทัศน์ ลิ้มศิริพันธ์ ผบช.สกพ. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพล.ต.ต.จำนงค์ รัตนกุล รอง ผบช.ภ.7

พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์คล้องหลวงพ่อช่วง

แม้จะเป็นคนรุ่นใหม่ แต่พล.ต.ต.อภิชาติ เป็นคนที่มีใจโน้มเอียงเข้าหาพระธรรม ชมชอบไปทำบุญตามวัดต่างๆ หากมีเวลาว่างจากงานประจำ เป็นอุปนิสัยส่วนตัวที่ถูกปลูกฝังมาจากบิดา มารดา ตั้งแต่สมัยยังเด็กเพราะครอบครัวมักจะพาไปทำบุญตามวัดอยู่เป็นประจำ
นอกจากนี้ พระธรรมคำสอนขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้ายังสามารถนำมาใช้เป็นหลักในการดำเนินชีวิตได้ โดยนำแก่นธรรมคำสอนมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองรวมทั้งสังคมส่วนรวม รวมทั้งใช้หลักแบบพระพุทธเจ้ามาบริหารงานโดยใช้หลักพรหมวิหาร 4 คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ซึ่งถือเป็นหัวใจของผู้บริหารธรรมนี้ใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย

พล.ต.ต.อภิชาติบอกเล่าว่า “เนื่องจากเป็นชาวเมืองสิชล มีบ้านชุมชนต้นเหรียง อยู่ใกล้กับวัดขรัวช่วย ถือเป็นวัดของชุมชน จึงมีความคุ้นเคยและผูกพันกับวัดมาตั้งแต่ตอนเด็กจนโต และมีความเลื่อมใสศรัทธามาโดยตลอด ส่วนพระเครื่องที่คุณแม่มอบให้ก็ใส่ติดตัวมาโดยตลอดตั้งแต่ได้รับมา เปรียบเสมือนมีแม่คุ้มครองอยู่ตลอดเวลา สร้างความเชื่อมั่นบนพื้นฐานของความดีที่ท่านเคยสั่งสอนมาตลอดชีวิตและเป็นของรักของหวงที่สุดอีกชิ้นหนึ่งในชีวิตที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ คือ พระหลวงพ่อช่วง หรือพระครูวิลาศ ชลากร (ช่วง) วัดขรัวช่วย อ.สิชล จ.นครศรีธรรม ราช ปี 2506 รุ่นแรกรุ่นเดียว ที่คุณแม่มอบให้มาตั้งแต่ยังวัยเยาว์ เป็นพระองค์เดียวที่แขวนติดคอมาตลอด”

คล้องหลวงพ่อช่วง

พระครูวิลาศชลากร (ช่วง) ชื่อท่านเป็นมงคล คือ “ช่วง” ตอนท่านมีชีวิตอยู่ท่านเป็นพระพัฒนา จากการไปศึกษาที่วัดท่านและชุมชนหน้าวัด ปัจจุบันเรียกว่าชุมชนบ้านต้นเหรียง อ.สิชล ตรงหน้าวัดมีโรงเรียนที่ท่านสร้างขึ้น ท่านจะพัฒนาชุมชนก่อนให้ชาวบ้านมีอาชีพ และจึงมาช่วยกันพัฒนาวัดขรัวช่วย

มรณภาพในปี พ.ศ.2507 เนื่องจากทำงานเหน็ดเหนื่อย ด้วยการพัฒนาชุมชนและวัด

ทั้งนี้ พล.ต.ต.อภิชาติยืนยันว่าเคยรอดพ้นจากภาวะอันตรายมาหลายครั้ง ส่วนตัวเชื่อว่าเป็นด้วยพุทธคุณแห่งวัตถุมงคลให้ความคุ้มครอง จนปลอดภัย

“ผมขอดำเนินตามรอยพระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 อย่างที่รู้กันดีว่า ตำรวจไทย ถือเป็นอาชีพที่เสียสละและเป็นอาชีพที่มีเกียรติสำหรับลูกผู้ชายไทยทุกคน มีหน้าที่ปกป้องดูแลกฎหมายบ้านเมือง คอยให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนทุกคนที่ตกทุกข์ได้ยาก ซึ่งในวันที่ 13 ตุลาคมของทุกปี ก็ถือเป็นวันสำคัญ คือ วันตำรวจที่ถูกกำหนดเพื่อเป็นการระลึกและเป็นการให้ความสำคัญแก่อาชีพผู้เสียสละเช่นนี้” ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ ธานีกล่าวทิ้งท้าย