อภินิหาร “พญาเสือโคร่ง” หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว

ติดตามศูนย์รวม วัตถุมงคล พระเครื่อง ความเชื่อ ได้ที่
0

สุดเหลือเชื่อ!! เปิดตำนาน อภินิหารของ “หลวงปู่บุญ” วัดกลางบางแก้ว เสก “พญาเสือโคร่ง” สั่งสอนพระ..ที่อวดอุตริ หนีออกจากวัดแทบไม่ทัน !!   sp-arkdesign

หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว พระมหาเถราจารย์ผู้ทรงฌานอภิญญาแก่กล้า เป็นที่น่าคิดว่า หลวงปู่บุญ นอกจากท่านเป็นพระที่มีเมตตาสูง ใจดีแล้ว แต่ผู้คนส่วนใหญ่ล้วนยำเกรงท่านเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะแววตาของท่านดูมีอำนาจตบะกล้าแข็งมาก จึงทำให้ใครๆก็ต่างเกรงขามท่าน หลวงปู่บุญ ท่านสำเร็จวิชา “สำเร็จธาตุ” เป็นวิชาเดียวกันกับหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท สามารถเสกใบไม้เป็นต่อแตน เสกหัวปีเป็นกระต่าย ให้พิศวงต่อผู้พบเห็นกันมาแล้ว

มีเรื่องเล่ากันว่า หลวงปู่บุญ แห่งวัดกลางบางแก้ว ก็มีคุณวิเศษไม่แพ้กัน เรื่องมีอยู่ว่า ในปีหนึ่งหลังช่วงประมาณออกพรรษาได้มี พระรูปหนึ่ง ชื่อ “อาจารย์ฮวด วัดดอนมโนราห์” ได้เดินทางมาหาหลวงปู่บุญโดยอ้างว่าอยากให้หลวงปู่บุญแนะทางในเรื่องวิปัสสนาและสอบอารมณ์ จะมาขอพักที่วัดสักเดือน ผ่านไปสองถึงสามวัน ก็แล้วอาจารย์ฮวด ก็ยังไม่ขึ้นไปหาหลวงปู่บุญตามที่เคยแจ้งถึงวัตถุประสงค์ที่มาวัดกลางบางแก้ว     guelphbbs

วันๆก็เอาแต่คุยอวดอุตริถึงความสามารถของตน ในการลงตะกรุดได้ขลังยิงแทงไม่เข้า มีวิชาผ้ายันต์เมตตา เจอสาวๆจะหลงรัก สามารถล่วงรู้อดีต ปัจจุบัน และอนาคตได้ และยังคุยว่าที่มาวัดกลางบางแก้วนี้เพราะหลวงปู่บุญเชื้อเชิญให้มาช่วยเหลืองานปลุกเสก บนกุฏิอาจารย์ฮวดวันๆ พลุกพล่านไปด้วยพระเณรและฆราวาส ที่เชื่อในคำอวดอ้างของอาจารย์ฮวด วัดดอนมโนราห์ เหตุการณ์ทุกอย่างอยู่ในสายตาหลวงปู่ตลอด วันหนึ่งหลวงปู่บุญได้เรียกเณรคำ ผู้ซึ่งรับหน้าที่อาจารย์ฮวดให้ไปพบที่กุฏิแล้วส่งแผ่นตะกั่วสี่เหลี่ยมให้พร้อมกำชับว่า “เณรช่วยเป็นธุระให้ฉันหน่อยเถอะจ้ะ…ช่วยเอาแผ่นตะกั่วนี้ไปให้คุณฮวดลงตะกรุดให้ฉันสักดอกหนึ่งนะ จะเอาไปกันปืน เณรรีบเอาไปตอนนี้เถอะปลอดคนแล้ว ช้าเดี๋ยวจะแน่นกันใหญ่”

เณรคำรับแผ่นตะกั่วแล้วรีบตรงไปยังกุฏิ อาจารย์ฮวด ระหว่างทางนึกกระหยิ่มยิ้มย่องว่า ตนเป็นผู้ดูแลต้มน้ำร้อน น้ำชา ให้อาจารย์ฮวดมาตลอดตั้งแต่มาอยู่ที่นี้ แม้แต่หลวงปู่ก็ยังต้องให้อาจารย์ฮวดลงตะกรุดให้ อาจารย์ฮวดเป็นพระใจดีไม่เหมือนหลวงปู่ถึงจะใจดี แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เพราะเกรงกลัวบารมี เมื่อขึ้นไปบนกุฏิอาจารย์ฮวดนั่งอยู่เพียงองค์เดียว เณรคำได้แจ้งว่า หลวงปู่บูญใช้ให้เอาแผ่นตะกั่วมาให้ลงตะกรุดกั้นปืนไว้ใช้สักหนึ่งดอก อาจารย์ฮวดได้ฟังคำดังนั้นก็นึกกระหยิ่มอยู่ในใจ หันไปหยิบเหล็กจารและยื่นมือออกมารับแผ่นตะกั่วจากเณรคำ พอแผ่นตะกั่วถูกมืออาจารย์ฮวดเท่านั้น เสียงร้องก็ดังขึ้น

“โอ๊ย…โอ๊ย…ร้อน..ร้อนเหลือนเกิน”

เณรคำอยู่ในอาการตกตลึงในเหตุการณ์เบื้องหน้า พร้อมกับงงแผ่นตะกั่วที่ถือมากับมือก็ไม่เห็นเป็นเช่นที่อาจารย์ฮวดกำลังร้องเสียงหลงอยู่ จึงรีบเข้าไปหมายจะไปดึงแผ่นตะกั่วออกจากมืออาจารย์ฮวดแต่เดชะบุญ ดึงเท่าไหร่ก็ไม่ยอมหลุดกับเหมือนยิ่งติดแน่นเข้าไปอีก อาจารย์ฮวดร้องครวญครางต่อไปอีกจากความรู้สึกตนที่คิดว่าความร้อนมาจากแผ่นตะกั่ว

“ร้อน ร้อนจริงๆ ไอ้เณรเอาอะไรมาให้กู มือกูพองหมดแล้ว”

สักครู่เสียงร้องก็เริ่มเบาลง คะเนว่าความร้อนในแผ่นตะกั่วคงเบาบางลง แต่เหตุใดเล่าแผ่นตะกั่วก็หาได้หลุดจากมืออาจารย์ฮวดไม่ ดังนั้นทั้งสองจึงชักชวนกันไปหาหลวงปู่บุญรีบเร่งตรงไปที่กุฏิหลวงปู่บุญ ก้าวขึ้นบันไดกุฏิพ้นบันไดก็จะเป็นห้องโถง ที่หลวงปู่บุญใช้สำหรับรับแขก เป็นประจำ ทันใดนั้นเอง…! ทั้งอาจารย์ฮวดและเณรคำ ต่างตกใจสุดขีด เมื่อภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าคือ พญาเสือโคร่งตัวใหญ่มหึมา นั่งจ้องเขม็งดวงตาเปล่งประกายมายังทั้งสอง พร้อมทั้งไม่ได้จ้องอย่างเดียวแต่ลุกกระโจนมายังทั้งสอง ทั้งสองร้องลั่นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย วิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต กระโดดลงกุฏิจนจีวรปลิวโดยไม่ได้กลัวขาแข้งหัก ปากก็ร้องลั่นว่า

“โอ้ย ไม่เอาแล้ว เสือ…เสือ”

จนพระ เณร ศิษย์วัดกลางบางแก้วพากันงงไปหมดว่าสองคนนั่นเล่นอะไรกัน ศิษย์ผู้รับใช้หลวงปู่ได้รีบเข้าไปดูที่กุฏิหลวงปู่บุญ ก็ไม่พบเสือตัวไหน อย่างที่สองคนนั่นร้องเสียงหลง เห็นแต่หลวงปู่บุญนั่งอยู่องค์เดียวพร้อมทั้งส่งยิ้มให้เสียอีกทั้งยังสั่งว่า

“ไปดูคุณฮวดหน่อยซิ เขาว่าจะให้ฉันสอบอารมณ์หลายวันแล้วไม่เห็นขึ้นมา”

รับคำเสร็จศิษย์ผู้นั้นก็ตรงไปยังกุฏิอาจารย์ฮวด เห็นทั้งอาจารย์ฮวดและเณรคำ นั่งตัวสั่นงันงก ฝ่ายอาจารย์ฮวดไม่สั่นอย่างเดียวมือก็รีบเก็บข้าวขิงใส่ย่ามหยิบผิดหยิบถูกอย่างรีบเร่ง ไม่สนใจคำเชื้อเชิญของหลวงปู่ผ่านศิษย์ให้ไปสอบอารมณ์ เมื่อจัดข้าวของเสร็จก็รีบออกจากวัดไปทันที ทิ้งให้เณรคำยื่นถือแผ่นตะกั่วมองตามหลังไปจนลับตา